หลักการพื้นฐาน
เงินปันผลคือผลตอบแทนจาก "เงินค่าหุ้น" ที่สมาชิกถืออยู่ในสหกรณ์ คิดเป็นอัตราร้อยละต่อปี (เช่น ร้อยละ 5 ต่อปี) ดังนั้นเงินปันผลจึงขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก
- หุ้นยกมาต้นปี — หุ้นที่มีอยู่แล้ว ณ วันแรกของปีบัญชี ได้รับปันผลเต็มปี
- หุ้นชำระเพิ่มระหว่างปี — ได้รับปันผลเฉพาะช่วงเวลาที่ถือหุ้นนั้นจริง
- วันที่ชำระหุ้น — กำหนดว่าหุ้นที่ชำระเพิ่มจะเริ่มนับปันผลตั้งแต่เมื่อใด
สูตรพื้นฐาน: เงินปันผล = มูลค่าหุ้น × อัตราปันผลต่อปี × สัดส่วนเวลาที่ถือหุ้น
1. หุ้นยกมาต้นปี ได้ปันผลเต็มปี
หุ้นที่ยกมาจากปีบัญชีก่อนถือว่าสมาชิกถือครบทั้งปี จึงได้รับปันผลเต็มอัตรา เช่น หุ้นยกมา 12,000 บาท อัตราปันผลร้อยละ 5 ต่อปี
12,000 × 5% = 600 บาท (ไม่ว่าจะใช้วิธีรายเดือนหรือรายวัน ผลลัพธ์ส่วนนี้เท่ากัน)
2. หุ้นชำระระหว่างปี ได้ปันผลตามระยะเวลาที่ถือ
หุ้นที่ชำระเพิ่มระหว่างปีจะได้ปันผลเฉพาะช่วงตั้งแต่ชำระจนถึงวันสิ้นปีบัญชี ยิ่งชำระเร็ว ยิ่งได้ปันผลมาก การคิดมี 2 วิธีตามข้อบังคับของสหกรณ์
- วิธีรายเดือน — นับเป็นเดือน โดยมักมี "วันตัดยอด" (เช่น วันที่ 5) ถ้าชำระทันวันตัดยอดจะนับเดือนนั้น ถ้าชำระหลังวันตัดยอดจะเริ่มนับเดือนถัดไป
- วิธีรายวัน — นับตามจำนวนวันที่ถือหุ้นจริง ละเอียดกว่าและเป็นธรรมกับผู้ชำระกลางเดือน
3. วันชำระหุ้นมีผลอย่างไร — ตัวอย่างเปรียบเทียบ
สมมติปีบัญชี 1 ตุลาคม 2568 – 30 กันยายน 2569 อัตราปันผลร้อยละ 5 ต่อปี วันตัดยอดวันที่ 5 สมาชิกทั้งสองมีหุ้นยกมา 12,000 บาทเท่ากัน และชำระหุ้นเพิ่ม 6,000 บาทในเดือนมีนาคม แต่คนละวัน
| สมาชิก | ชำระเพิ่ม | เดือนที่นับ | ปันผลหุ้นยกมา | ปันผลหุ้นระหว่างปี | รวม |
|---|---|---|---|---|---|
| สมาชิก ข | 3 มี.ค. (ทันตัดยอด) | มี.ค.–ก.ย. = 7 เดือน | 600.00 | 6,000×5%×7/12 = 175.00 | 775.00 |
| สมาชิก ค | 20 มี.ค. (เลยตัดยอด) | เม.ย.–ก.ย. = 6 เดือน | 600.00 | 6,000×5%×6/12 = 150.00 | 750.00 |
| ส่วนต่าง | 25.00 |
| สมาชิก | ชำระเพิ่ม | วันที่นับ | ปันผลหุ้นยกมา | ปันผลหุ้นระหว่างปี | รวม |
|---|---|---|---|---|---|
| สมาชิก ข | 3 มี.ค. | 3 มี.ค.–30 ก.ย. = 212 วัน | 600.00 | 6,000×5%×212/365 = 174.25 | 774.25 |
| สมาชิก ค | 20 มี.ค. | 20 มี.ค.–30 ก.ย. = 195 วัน | 600.00 | 6,000×5%×195/365 = 160.27 | 760.27 |
| ส่วนต่าง | 13.98 |
จะเห็นว่า การชำระหุ้นเร็วเพียง 17 วัน ทำให้สมาชิก ข ได้ปันผลมากกว่าสมาชิก ค ถึง 25 บาทในวิธีรายเดือน ส่วนวิธีรายวันส่วนต่างจะสะท้อนจำนวนวันจริง (13.98 บาท)
4. ถอนหุ้นระหว่างปี
หากมีการถอนหุ้น (ยอดติดลบในไฟล์นำเข้า) ระบบจะหยุดนับปันผลของหุ้นส่วนที่ถอนตั้งแต่วันที่ถอน ทำให้ปันผลลดลงตามระยะเวลาที่เหลือของปี
5. สรุปสิ่งที่สมาชิกควรรู้
- หุ้นยกมาต้นปีได้ปันผลเต็มปีเสมอ
- ชำระหุ้นเพิ่มเร็วเท่าใด ยิ่งได้ปันผลมากเท่านั้น
- ถ้าสหกรณ์ใช้วิธีรายเดือน ให้ชำระก่อนหรือในวันตัดยอด (เช่น วันที่ 5) เพื่อไม่เสียสิทธิ์เดือนนั้น
- วิธีรายวันไม่มีผลเรื่องวันตัดยอด นับตามวันจริงทุกวัน
- อัตราปันผลสูงสุดเป็นไปตามข้อบังคับสหกรณ์และมติที่ประชุมใหญ่